ลูกเป็น ‘อีสุกอีใส’ ต้องทำอย่างไร?

1 min read

เมื่อลูกเป็นโรคอีสุกอีใส พ่อแม่ต้องทำอย่างไร?

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคติดต่อที่แพร่ผ่านทางลมหายใจ ไอ จาม การสัมผัสกับผู้ป่วยหรือใช้ของร่วมกัน โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา (Varicella Virus) แพร่ระบาดได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือตามชุมชนทั่วไป เป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปีแต่มักจะระบาดมากในช่วงหน้าหนาว

อาการโรคอีสุกอีใสในเด็ก

โดยปกติ โรคอีสุกอีใสจะมีระยะฟักตัวประมาณ 10-21 วัน โดยเฉลี่ยอยูที่ 14-16 วันหลังจากสัมผัสผู้ป่วยโรคอีสุกอีใสในระยะแพร่เชื้อ ผู้ป่วยจะสามารถแพร่เชื้อโรคได้ตั้งแต่ 48 ชั่วโมงก่อนผื่นขึ้น จนผื่นแห้งเป็นสะเก็ดทั้งหมด

อาการที่บ่งชี้ของโรคอีสุกอีใส

ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำ หรือไข้สูงก็ได้ ประมาณ 1-2 วัน มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ หลังจากเป็นไข้จะมีผื่นแดงเม็ดเล็กๆ ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำใส โดยมีจำนวนตุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จะขึ้นตรงบริเวณลำตัวก่อน ลามไปที่คอ หน้า ศีรษะ แขนขา และลามไปได้ทั้งตัว หรือแม้ตามเยื่อบุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเยื่อบุในช่องปาก ลำคอ หรือเยื่อบุตา เมื่อเวลาผ่านไปตุ่มใสจะกลายเป็นตุ่มน้ำขุ่น มีขนาดใหญ่และแตกได้ง่าย หรือฝ่อกลายเป็นสะเก็ด เมื่อโรคหายแล้วจะยังคงมีเชื้อบางส่วนหลงเหลืออยู่ และเชื้อชนิดนี้มักจะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท จึงทำให้มีโอกาสเป็นโรคงูสวัดในภายหลังเมื่อยามที่ร่างกายอ่อนแอ หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำลง

การรักษาอีสุกอีใส ต้องทำอย่างไร ?

  • การรักษาส่วนใหญ่เป็นรักษาตามอาการ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ ยกเว้นมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • ถ้ามีอาการไข้ให้เช็ดตัว กินยาลดไข้พาราเซตามอล ห้ามกินยาแอสไพรินเพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้
  • หากมีอาการคันที่ผิวหนังอาจทายาแก้คัน เช่น คารามาย (Calamine lotion) หรือกินยาต้านฮิสตามีน บรรเทาอาการคัน
  • ผู้ป่วยควรตัดเล็บให้สั้น และหลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาตุ่มที่คัน เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้
  • ควรแยกผู้ป่วยออกจากบุคคลอื่นจนพ้นระยะติดต่อ รวมทั้งแยกข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆ เช่น เสื้อผ้า แก้วน้ำ ช้อน จาน ชาม เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ผู้ป่วยที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนควรไปพบแพทย์

ภาวะแทรกซ้อนของโรคอีสุกอีใส

ภาวะแทรกซ้อนมักพบในทารกแรกเกิด ผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและรุนแรงคือ ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง การติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ปอดอักเสบ สมองอักเสบ เป็นต้น

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส

  • แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกใสได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป
  • เด็กเล็กฉีดวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุ 1 ถึง 1 ปีครึ่ง และเข็มที่ 2 เมื่ออายุ 4-6 ปี
  • เด็กโตและผู้ใหญ่ให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2 เดือน
  • ทั้งนี้ การฉีดวัคซีน 2 เข็ม เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรค และช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ดีขึ้น

ข้อควรระวัง! ในการฉีดวัคซีนอีสุกอีใส

  • ห้ามฉีดในคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือก่อนการตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน ดังนั้นหลังฉีดวัคซีนควรคุมกำเนิดไว้ก่อน
  • ห้ามฉีดในคนที่แพ้ยานิโอมัยซิน
  • ห้ามฉีดในคุณแม่ที่ให้นมบุตร

แม้ ‘วัคซีนอีสุกอีใส’ จะได้ผลในการป้องกันโรคมากถึงร้อยละ 94-99 แต่ผู้ที่ฉีดแล้วยังมีโอกาสเป็นโรคได้ เพียงแต่อาการจะไม่รุนแรง ทั้งนี้สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป


[aioseo_breadcrumbs]

About

พีคอสเมด Pcosmed

“พีคอสเมด” เว็บไซต์รวมบทความโซลูชั่นด้านผิวหนังจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง คุณจะได้เรียนรู้เคล็ดลับการดูแล รักษาผิว รู้จักสภาพผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม #PCosMed #พีคอสเมด #pcosmedth #แพนคอสเมติก #ราชเทวีคลินิก

Pathum Thani, Thailand

Featured Posts

Brands

EAZI Skincare

ผลิตภัณฑ์ประจำบ้าน ลดอาการคัน ไม่ใช่ยา ไม่มีสเตียรอยด์ คิดค้นโดยแพทย์ผิวหนังอเมริกาฯ

Nature Balance

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยปกป้องรักษาความสมดุลของร่างกาย เสริมองค์ประกอบของเอนไซม์ ปฏิกิริยาในระบบร่างกาย

PAN Cosmetic

เวชสำอาง เครื่องสำอาง เพื่อสุขภาพผิวพรรณ และความงาม ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

DooDee Precision

เว็บไซต์ที่ให้ความรู้และคำแนะนำ สำหรับการทำให้ผิวพรรณดูดี ด้วยหลักการแพทย์แม่นยำ (Precision medicine)