5 พฤติกรรมทำให้เป็นสิว ผิวไม่เนียน รู้แล้วเปลี่ยนด่วน!!

สิว (Acne) คือการอักเสบของผิวหนัง โดยเกิดจากการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายภายในรูขุมขน ทำให้รูขุมขนบริเวณนั้นเกิดการอักเสบ บวมแดงและมีหนอง ซึ่งโดยส่วนมากสิวจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอกและแผ่นหลัง

โดยสาเหตุของการเกิด สิว นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากฮอร์โมน ซึ่งสาเหตุนี้ทำให้เกิดสิวในวัยรุ่นได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นสิวเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ลดลงไปและหายไปในที่สุดค่ะ แต่นอกเหนือสิวที่เกิดขึ้นเพราะฮอร์โมนแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน ดังนี้ค่ะ

5 Common mistakes can cause acne

1. ความเครียด

ความเครียดส่งผลกระทบต่อทั้งจิตใจและสุขภาพผิวของเราค่ะ เมื่อไหร่ที่เราเกิดความเครียดจะทำให้เราเสี่ยงกับการเกิดการอักเสบที่ผิวได้ โดยความเครียดจะเข้าไปกระตุ้นต่อมน้ำมันให้ทำงานมากขึ้นและนำไปสู่การเกิดสิวได้ค่ะ

2. ไม่ขับถ่าย

อาการท้องผูกมักส่งผลกระทบกับสุขภาพผิว เมื่อเรามีปัญหาในการขับถ่ายนั่นหมายความว่าร่างกายไม่ได้ระบายของเสียออกไป เมื่อร่างกายกักเก็บของเสียไว้จึงส่งผลกระทบต่อผิว ทำให้เป็นสิว ตัวบวม มีกลิ่นปาก รวมถึงมีรอยคล้ำใต้ตาด้วยค่ะ

3. พักผ่อนน้อย

การพักผ่อนไม่เพียงพอหรือพักผ่อนน้อยเกินไปกว่าที่ร่างกายต้องการ นอกจากจะทำให้เราดูโทรมและมีรอยคล้ำใต้ตาแล้ว การพักผ่อนไม่พอยังทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันน้อยลงและทำให้แบคทีเรียเติบโตได้เร็วจนส่งผลกระทบให้เราเป็นสิวได้

4. ดื่มน้ำน้อย

การดื่มน้ำสะอาดสามารถช่วยให้ร่างกายขับของเสียและสารพิษออกมาได้ เมื่อใดก็ตามที่เราดื่มน้ำน้อยจะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกมาได้ ส่งผลให้เกิดสิวและปัญหาผิวตามมาในที่สุด

5. ไม่รักษาความสะอาด

ความสกปรกเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราเกิดปัญหาผิวและเป็นสิวได้ ไม่ว่าจะมาจากการรักษาความสะอาดของตนเอง เช่น การอาบน้ำ การเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า หรือการเข้าไปอยู่ในสภาวะที่สกปรก เช่น ปัญหาฝุ่นควัน ก็เป็นเหตุให้เกิดปัญหาผิวได้เช่นกัน การหมั่นรักษาความสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เราสามารถลดปัญหาผิวได้ค่ะ

การรักษาสิว

สามารถทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งเราสามารถใช้ยาหรือครีมที่มีขายตามร้านขายยาที่มีใบรับรองได้ค่ะ โดยเราสามารถขอคำแนะนำจากเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยจัดยาให้ได้ แต่หากรู้สึกว่าสิวที่มีนั้นมากเกินไปและเริ่มสร้างความเจ็บปวดให้เรา นอกจากจะดูแลตัวเองให้ห่างจากปัจจัยเสี่ยงข้างต้นแล้ว เราควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการตรวจรักษาค่ะ